วางแผนก่อนซ่อมบ้าน มีข้อดีอย่างไร

วางแผนก่อนซ่อมบ้าน มีข้อดีอย่างไร เพราะบ้านคือวิมานของเรา ใครๆก็อยากให้บ้านของตัวเองสวยงาม มีบรรยากาศดีๆ คนรักบ้านทั้งหลายจึงพยายามปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านให้น่าอยู่น่าอาศัยตามกำลังทรัพย์ที่มี อย่างไรก็ตามการปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านก็มีหลายเรื่องให้ต้องขบคิด ถึงแม้จะเป็นแค่ส่วนเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าไม่วางแผนให้ดีแล้ว อาจทำให้งบประมาณบานปลายได้ หรือไม่ก็ผลที่ออกมาไม่ตรงกับความต้องการของเรา “บ้านและสวน” ขอแนะนำการ วางแผนซ่อมบ้าน แบบง่ายๆ สำหรับคุณผู้อ่านที่กำลังคิดจะปรับปรุงและซ่อมแซมบ้าน ดังนี้

1.จดรายการต่างๆที่จะซ่อมแซม
ตอนนี้บ้านของคุณมีปัญหาอะไร แยกแยะเป็นข้อๆ โดยพิจารณาถึง

– ลำดับความเร่งด่วนว่าสิ่งที่ต้องซ่อมทันทีมีอะไรบ้าง หรืออะไรที่สามารถรอไปก่อนได้

– มีรายการใดที่พอจะทำไปพร้อมๆกันได้เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

2.จัดสรรงบประมาณ
เมื่อได้รายการและความจำเป็นแล้วก็มาเปรียบเทียบกับงบประมาณหรือเงินในกระเป๋าของเราว่าพอเพียงหรือไม่ ให้เริ่มทำตามลำดับความเร่งด่วนที่เราจดไว้

3.จะตกแต่งอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
การวางแผนซ่อมบ้าน เราจะถือโอกาสตกแต่งอะไรในบ้านใหม่หรือเปล่า เช่น ถ้าซ่อมพื้นจะถือโอกาสปูพื้นใหม่ เดินบัว หรือแม้แต่การทาสีใหม่หรือไม่ เพราะไหนๆ ก็เสียเวลาแล้ว อาจทำครั้งเดียวให้เรียบร้อยไปเลย เพราะเราต้องมีการเคลียร์พื้นที่และจัดวางสิ่งต่างๆ ใหม่ทั้งก่อนและหลังซ่อมแซม การซ่อมแซมบ้านนั้นบางทีต้องการทำจุดเดียว แต่อาจกระทบถึงจุดอื่นๆ จึงต้องเผื่อใจและงบตรงนี้ไว้ด้วย

4.คัดเลือกช่าง
หลังจากสรุปรายการต่างๆ ได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอนเรียกช่างหรือผู้รับเหมามาตีราคา ซึ่งควรจะให้ช่างมาตีราคาอย่างน้อย 2 รายขึ้นไปเพื่อจะได้เปรียบเทียบราคา กรณีราคาที่ตีออกมามีระดับไล่เลี่ยกันก็ให้ดูจากผลงานที่ผ่านมาซึ่งเราสามารถขอดูได้

5.ตกลงใจ
ก่อนจะตัดสินเลือกผู้รับเหมารายใด สิ่งที่ไม่ควรละเลยก็คือ คุณภาพและราคาต้องสมเหตุสมผล ไม่ควรเลือกที่ราคาถูกเป็นปัจจัยหลักแต่เพียงอย่างเดียว พึงตระหนักไว้เสมอว่าของดีราคาถูกนั้นไม่มี การเลือกของที่ราคาสมเหตุสมผลจะทำให้คุณไม่เสียใจในภายหลัง

สำหรับการจ้างนั้นมีทั้งแบบเหมาจ่ายและจ่ายเฉพาะค่าแรง การเหมาจ่ายนั้นหมายถึงผู้รับเหมาจะเป็นคนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่าง วิธีนี้เหมาะกับพวกวัสดุที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานตกแต่ง เช่น อิฐ หิน ดิน ทราย ทำให้คุณสะดวก ไม่เสียเวลา ส่วนการจ้างแบบจ่ายเฉพาะค่าแรงนั้นหมายถึงคุณจะเป็นคนจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์เอง ซึ่งเหมาะกับของตกแต่งต่างๆ เช่น กระเบื้องปูพื้น โถชักโครก อ่างล้างหน้า หรือเคล็ดลับง่ายๆก็คือ วัสดุใดที่เป็นของตกแต่งที่ต้องเลือกตามรสนิยมของเจ้าของ คุณควรเป็นผู้เลือกเองจะดีที่สุด เพราะจะได้ตรงตามรสนิยมและความชอบของคุณ แล้วจ่ายค่าแรงจ้างช่างต่างหาก แต่แบบนี้จะเหนื่อยหน่อย

6.ต้องมีหลักฐาน
เมื่อได้ผู้รับเหมาหรือช่างที่ถูกใจและสอดคล้องกับงบประมาณแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการทำสัญญาเขียนรายการที่จะซ่อมให้ละเอียด ระบุว่ารายการไหนเหมาจ่าย รายการไหนเป็นแบบจ่ายเฉพาะค่าแรง เป็นจำนวนเงินเท่าไร แบ่งจ่ายเป็นกี่งวด แจกแจงรายละเอียดให้ชัดเจน วิธีนี้จะเป็นการรับประกันว่าช่างจะทำตามรายละเอียดที่กำหนด และเป็นหลักประกันเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ