คอนโด ศุภาลัย ไอคอน สาทร Supalai ICON Sathorn

คอนโด ศุภาลัย ไอคอน สาทร Supalai ICON Sathorn ตั้งอยู่บนถนนสาทรฝั่งใต้ ซึ่งถือเป็นทำเลทองใจกลางย่านธุรกิจที่สำคัญอันดับต้นๆ เทียบแล้วก็เหมือนกับเป็นวอลล์สตรีทของกรุงเทพฯ เลยค่ะ อันเนื่องมาจากโซนนี้เป็นโซนที่มีความคึกคักเพราะมีผู้คนอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น

รายล้อมด้วยออฟฟิศและอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ของบริษัทชั้นนำต่างชาติ โรงแรมระดับห้าดาว สำนักงานใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ สถานฑูต สถาบันทางวัฒนธรรม ศูนย์การค้า โรงเรียนชั้นนำของประเทศ รวมถึงอาคารสำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย ซึ่งเป็น CBD ระดับ Prime อยู่แล้ว มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รวมไปถึงการเดินทางก็สามารถทำได้สะดวกไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์ส่วนตัว หรือการใช้รถสาธารณะ เพราะอยู่ใกล้ทั้งรถไฟฟ้า, ท่าเรือ และทางด่วนอีกหลายจุดค่ะ

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ตัวโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนสาทรใต้ช่วงตอนต้น ทำให้สะดวกสำหรับคนที่จะเดินทางไปทำงานในตัวเมืองสาทร และเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับทางกลับรถ ฉะนั้นจะกลับรถเข้าเมืองก็ไม่ยากค่ะ ซึ่งตัวโครงการจะอยู่ช่วงตรงกลางระหว่าง ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และ ถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นถนน 2 เส้นหลักๆ ที่เราสามารถใช้เดินทางได้ และตัวโครงการยังอยู่ติดกับถนนสวนพลู เป็นถนนเส้นที่สามารถใช้วิ่งลัดไปยังจุดต่างๆ ได้ในเวลาที่รถติด นอกจากนี้ ตัวโครงการยังใกล้กับทางด่วนอีกหลายจุด เลือกใช้กันได้ตามความสะดวก ระยะทางจากโครงการไปจุดขึ้นทางด่วนทุกด่าน ประมาณ 2.5 – 6 กม.เท่านั้นค่ะ

การเดินทางโดยรถสาธารณะ การคมนาคมด้วยรถสาธารณะในย่านนี้เรียกว่าสะดวกสบายตามฉบับใจกลางเมือง เพราะมีตัวเลือกมากมายให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า, รถเมล์, BRT, แท็กซี่, รถสองแถว, วินมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงท่าเรือก็มีให้เลือกใช้ตรงท่าเรือตากสิน ซึ่งมีทั้งเรือข้ามฟากและเรือด่วน หรือจะเรียกใช้ Grab Taxi หรือ Line Taxi ผ่าน Application ก็หารถง่ายค่ะ

สำหรับระบบราง ปัจจุบันตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินีมากที่สุด ในระยะเดินหรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์จะอยู่ที่ 800 เมตรจากหน้าโครงการ นอกจากนี้ก็ยังสามารถไป BTS สถานีช่องนนทรีและสถานีศาลาแดงได้สะดวกเช่นกัน สามารถนั่งพี่วินไปไม่กี่นาทีก็ถึงค่ะ ในอนาคตบนเส้นสาทรเองก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเทาวิ่งผ่าน จากเส้นพระราม 4 ตัดเข้าสาทร และเส้นนราธิวาสฯ สถานีที่ใกล้ที่สุดก็คือสถานีสวนพลู เดินจากหน้าโครงการไปเพียง 200 เมตรเองนะ

การออกแบบโครงการ และวัสดุ เป็นโครงการแบบ Mix – used ประกอบด้วย อาคารสำนักงานให้เช่า ร้านค้าบริเวณด้านหน้า และอาคารชุดพักอาศัย ซึ่งเป็น High rise Condominium ระดับ Super Luxury Class มีจำนวน 1 อาคาร สูง 56 ชั้น บนเนื้อที่ 7 – 3 – 82 ไร่ กับห้องพักอาศัยจำนวน 787 ยูนิต มีห้องให้เลือกแบบ 1 – 4 Bedroom ขนาด 42 – 350 ตร.ม. และ Super Penthouse ขนาด 970 ตร.ม. และมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการรองรับการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่อย่างลงตัว

โดยจะวางผังออกแบบอาคารเป็นรูปตัว T ในแนวทาง Green Design ที่อนุรักษ์พลังงาน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีสวนขนาดใหญ่อยู่ในโครงการและเก็บรักษาต้นไม้ใหญ่ของเดิมส่วนหนึ่งไว้ อีกทั้งยังคำนึงถึงเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียง ให้ได้รับผลกระทบจากตัวโครงการน้อยที่สุด โดยเลือกที่จะเอาด้านสวยๆ ของโครงการ อย่างฝั่งที่มี Facilities ออกไปให้เป็นวิวของอาคารโดยรอบด้วย แต่ก็ยังคงความเป็นส่วนตัวเพราะมีระยะที่ห่างจากอาคารอื่นอยู่มาก นอกจากนี้ก็ยังวางผังอาคารให้ได้รับผลกระทบจากอาคารข้างเคียงน้อยที่สุด และได้รับวิวเยอะมากที่สุด

และมีการใช้แนวคิดในการออกแบบโครงการที่เป็นเสน่ห์ของประเทศ “ออสเตรเลีย” ตามจุดเด่นที่ว่าแต่เดิมตรงนี้เคยเป็นสถานทูตออสเตรเลียมาก่อน สิ่งที่หยิบมาใช้ก็จะเป็นเรื่องของ Landscape, พืชพรรณและสิ่งมีชีวิตที่โดดเด่นตามธรรมชาติ เช่น จิงโจ้ หรือ โคอาล่า, ลวดลายของ Aboriginal Art ของชนเผ่าดั้งเดิมในประเทศออสเตรเลีย รวมถึง Sydney Harbour Bridge และ Opera House ซึ่งถือเป็น Landmark ที่โดดเด่นที่สุดของออสเตรเลีย ให้โครงการออกมาเป็น Landmark ของถนนสาทร ทางโครงการมีการออกแบบโดย The Beaumont Partnership, Lightbox และ BWP City Space ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกและบริษัทออกแบบระดับแนวหน้าของประเทศเลยค่ะ

ส่วนห้องก็ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี ห้องพักเน้นพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ สามารถจัดการพื้นที่ใช้สอยได้ง่าย และมีรูปแบบหรือขนาดให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย จุดเด่นอยู่ที่ไม่มีระเบียงแบบ Outdoor เลยจึงไม่ต้องเสียพื้นที่ให้กับภายนอกมากนัก แต่จะเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในมากกว่า รวมถึงมีห้องเก็บ Condensing Unit เรียบร้อยดีอีกด้วย เน้นสร้าง Feeling แบบ Homy Environment เหมือนอยู่บ้าน สำหรับห้อง 1 Bedroom จะได้ครัวแบบเปิด ส่วน 3 Bedroom จะเหมาะสำหรับครอบครัวหรือการอยู่อาศัยหลายๆ คนได้ครัวแบบปิด แถมยังได้ระเบียงแบบ Semi – outdoor ที่สามารถใช้ในการขยายพื้นที่ห้องนั่งเล่นได้อีกด้วย

วัสดุก็ให้มาอย่างสมราคาเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Home Automation, พื้นกระเบื้อง Cotto Italia ลายหินอ่อนสีขาว, พื้นในห้องนอนเป็นพื้นไม้ Engineering Wood ท็อปผิวไม้โอ๊ค, แอร์ Cassette Type แบบ 4 Way, Fire Sprinkler แบบฝังในฝ้า, Smart Kitchen พร้อม Top เคาน์เตอร์หินเทียม หน้าบานตู้ไม้ลามิเนต ปิดผิวด้วยแสตนเลสสี Copper, เตาอบและเตาไฟฟ้าของ Kuppersbusch, อ่างล้างจานของ Franke, กรอบประตูหน้าต่างเป็นอลูมิเนียมสีดำ, กระจกด้านในห้องเป็นในธรรมดา, กระจกด้านนอกหรือในห้องนอนเป็น Low – E แบบ Double Glazing, สุขภัณฑ์ต่างๆ ในห้องน้ำของ Kohler, โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติของ Kohler รุ่น Veil (เวล), ฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย Tempered Glass, Hand Shower & Rain Shower และอ่างอาบน้ำห้อง Kohler สำหรับห้อง Master Bedroom

สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการรองรับการอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่อย่างลงตัว ออกแบบตามแนวคิดจาก Landscape ของประเทศออสเตรเลีย ประกอบด้วย Lobby, 2 Swimming Pools, Roof Garden, Fitness, Aerobic & Yoga, Yoga Fly, Boxing, Mini Climbing Simulation, Group Cycling, Table tennis Room, Kid’s Room, Playground, Hydrotherapy, Sauna & Steam, Co – living Space, Movie Club, Board Room, Sky Lounge (ชั้น 53, 54), EV Charger, Passenger Lift 8 ตัว, Service Lift 2 ตัว, Parking Lift 2 ตัว, ที่จอดรถ 67% และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ