วิธีทำความสะอาดโซฟาผ้า

วิธีทำความสะอาดโซฟาผ้า วัสดุผ้าเป็นวัสดุที่ดักฝุ่น ซึมซับน้ำและของเหลว หากไม่ดูแลให้ดูฝุ่นภายในบ้านหรือขนของสัตว์เลี้ยงจะค่อยๆ จับตัว ฝั่งแน่นในเนื้อผ้า หรือถ้าทำน้ำ อาหาร หรือของเหลวอื่นๆ หกรด ก็จะเกิดเป็นคราบเปื้อนได้ง่าย

ที่น่าห่วงไปมากกว่านั้น หลายๆ คนกลัวว่า จะทำความสะอาดไม่ออก และโซฟาผ้าจะยังมีกลิ่นติดอยู่ ทำให้โซฟาไม่ “Fresh” เหมือนใหม่ ไม่น่าใช้เช่นเดิม

วิธีดูแลและวิธีทำความสะอาดโซฟาผ้าต่อไปนี้ จะช่วยขจัดฝันร้าย ให้โซฟาผ้าของคุณกลับมา “ใหม่” น่าใช้ดังเดิม

ก่อนเริ่มทำความสะอาดโซฟา
1.อ่านคำแนะนำการใช้งานจากโรงงานผลิต

เมื่อซื้อโซฟามา สิ่งแรกๆ นอกจากการจัดวางและชื่นชมความเหมาะเจาะสวยงามแล้ว เราควรที่จะอ่านคำแนะนำในการใช้งาน (Instructions) ก่อน

ให้ดูว่า โซฟาตัวที่เราซื้อมา -ทั้งโซฟาหนัง และโซฟาผ้า ต้องการการดูแลอย่างไร เช่น ไม่ควรโดนแดดเป็นระยะเวลานาน ไม่ควรวางไว้ในที่ที่มีความชื้น ห้ามใช้แปรง ฯลฯ

ทั้งนี้ แนะนำให้สอบถามกับทางร้านหรือโรงงานผลิตตั้งแต่ก่อนซื้อว่า โซฟาตัวที่ซื้อควรดูแลและทำความสะอาดอย่างไร

2.อ่านป้ายวิธีทำความสะอาดโซฟาผ้า

นอกจากอ่านคำแนะนำการใช้งานแล้ว เราควรเข้าใจ “Cleaning code” หรือสัญลักษณ์วิธีทำความสะอาดบนป้ายสินค้าด้วย

รูปภาพสัญลักษณ์วิธีทำความสะอาดโซฟาผ้า
หากเราพลีพลามทำความสะอาดโดยไม่รู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง ความตั้งใจของเราอาจส่งผลในทางตรงกันข้ามได้

วิธีดูแลและทำความสะอาดโซฟาผ้าโดยทั่วไป
การดูแลและทำความสะอาดโซฟาผ้าให้สดใส ดูใหม่ได้นาน ไม่ใช่เรื่องยาก และอุปกรณ์ทำความสะอาดก็เป็นอุปกรณ์ทั่วไปประจำบ้านอยู่แล้ว

3.ดูดฝุ่น

เนื้อผ้าจะมีช่องว่างจากการสานของด้าย ซึ่งฝุ่นสามารถติดฝังอยู่ในช่องว่างเหล่านั้นได้ หากปล่อยไว้นานวัน ก็จะส่งผลต่อสุขลักษณะและโรคภูมิแพ้ของผู้ใช้ได้

เราควรทำความสะอาดโซฟาผ้าด้วยการดูดฝุ่นอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเฉพาะเนื้อผ้าที่ค่อนข้างมี Texture มากอย่างผ้ากำมะหยี่ ผ้าวูล หรือถ้าวัสดุบุหุ้มเป็นผ้าที่มีเนื้อค่อนข้างแน่น ลื่น อาจลดเหลือเดือนละ 2 – 3 ครั้ง

4.ทำความสะอาดคราบทันที

ด้วยคุณสมบัติซึมซับของเหลว เมื่อไรที่มีน้ำหก เกิดรอบคราบเปื้อนต่างๆ ต้องรีบจัดการก่อนที่น้ำหรือคราบเหล่านั้นจะฝั่งแน่นราวแผลเป็นของโซฟา ยากที่จะกำจัดคราบเหล่านั้นไป

ให้เริ่มจากใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษซับบริเวณที่เปื้อน
ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดซับบริเวณที่เปื้อนเพื่อดูดซึมคราบเปื้อนและทำให้รอยคราบเจือจาง
ใช้แปรงขนอ่อนแปรงขณะที่บริเวณที่เปื้อนคราบยังเปียกชื้น หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่วมด้วย

5.ใช้โซฟาหรือ Baking soda เมื่อเกิดคราบที่มีสี ฝังแน่น

เช่น น้ำหวาน ไวน์ ชา กาแฟ ฯลฯ

ใช้กระดาษหรือผ้าสะอาดซับน้ำหรือคราบออกทันที
ราดโซดาลงบนคราบพอประมาณ ไม่ชุ่มเกินไป
ใช้ผ้าแห้งซับโซดาออก
โรย Baking soda ลงบนบริเวณที่มีรอยเปื้อน
ใช้แปรงขัดทำความสะอาด
ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดคราบที่ทำความสะอาดออก

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ